วันพฤหัสบดี ที่ 20
เมษายน พ.ศ.2543 แม้อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจของนักท่องเที่ยวและคนโดยทั่วไปที่ชื่นชอบธรรมชาติ
ซึ่งมักเข้าเดินทางมาสัมผัสและดื่มด่ำกับธรรมชาติ จนเกือบจะกล่าวได้ว่า "อุทยานแห่งชาติทะเลบัน"เสมือนเพชรเม็ดงามของสตูล
ก็คงไม่ผิดนัก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตระหนักถึงปัญหาที่ประสบในขณะนี้คือการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า
อุทยานแห่งชาติทะเลบันพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่จัดตั้งขึ้น
เพื่อคุ้มครองรักษาธรรมชาติให้คงอยู่ในสภาพเดิมมิให้ถูกทำลายหรือเปลี่ยนแปลงไป
อีกทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าวิจัยทางวิชาการด้านพันธุ์พืช สัตว์ป่า
นิเวศวิทยาและความหลากหลายทางชีวภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ
สร้างความรื่นรมย์แก่ผู้ที่เข้ามาสัมผัส และพบเห็น
"มะเดรี หมัดหมาน" ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง
ย้อนอดีตความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติทะเลบันให้ฟังว่า "ทะเลบัน"
ตั้งชื่อตามหนองน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของป่าบริเวณนี้ คำว่า
ทะเลบันซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่เพี้ยนมาจากภาษามลายูว่า "เลอโอ๊ดกะบัน"
มีความหมายว่า "แผ่นดินยุบ" ตามตำนานมีเรื่องเล่าว่าเมื่อ 300 ปี
บริเวณแห่งนี้ถูกขนาบด้วยภูเขา 2 ด้านคือเขาจีนกับเขามดแดง
อยู่มาวันหนึ่งแผ่นดินเกิดสะเทือนมีเสียงดังมากติดต่อกันนานแรมเดือน แล้วจู่ๆ
ก็ยุบหายไปมีน้ำทะลักจมเนื้อที่กลายเป็นหนองน้ำอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ณรงค์ หมักทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทะเลบัน ให้ข้อมูลว่า
อุทยานแห่งชาติทะเลบันได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อเดือนตุลาคม 2523
ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 122,500 ไร่ หรือ 196 ตารางกิโลเมตร
ในเขตอำเภอควนโดนและอำเภอเมืองจังหวัดสตูล มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย
พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง
อุดมไปด้วยพืชพรรณป่าไม้ที่ขึ้นอย่างหนาแน่น
มีเทือกเขาหินปูนที่ยังไม่สลายตัว ถูกปัจจัยธรรมชาติทางน้ำใต้ดิน
ทำให้เกิดการกัดเซาะเป็นร่องรอยหรือรูโหว่ขนาดใหญ่ กลายเป็นถ้ำขนาดใหญ่ เช่น
ถ้ำโตนดิน ถ้ำผาเดี่ยว ถ้ำลอดปูยู นอกจากนี้
การเกิดของบึงทะเลบันก็เช่นเดียวกันกับที่การเกิดยุบตัวของโพรงถ้ำหินปูนใต้ดินระหว่างภูเขา
ยอดเขาที่สูงที่สุดของพื้นที่นี้คือ เขาจีนสูง 756 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
เนื่องจากสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่า ส่งผลให้สภาพอากาศร่มรื่นเย็นสบายตลอดปี
แม้กระทั่งในฤดูร้อนระหว่างเดือนธันวาคม-เมษายน สำหรับในฤดูฝนจะเริ่มเดือน
พฤษภาคม-พฤศจิกายน ซึ่งได้อุทยานแห่งชาติทะเลบันมีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปี
เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวและพักผ่อนอย่างที่สุด
พื้นที่ประมาณร้อยละ 90 ของอุทยานแห่งชาติทะเลบันปกคลุมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด
โดยมีไม้ป่าดงดิบเป็นส่วนใหญ่ จะมีพรรณไม้ขึ้นหนาแน่นใบไม้เขียวชอุ่มทั้งปี
ไม้ที่มีค่าและพบเห็นโดยทั้งไป ได้แก่ ไม้หลุมพอ ไม้ตะเคียน ไม้ตะเคียนทอง
ไม้ไข่เขียว ไม้กฤษณา ไม้พื้นล่างจำพวก หวาย เถาวัลย์ ว่าน เป็นส่วนใหญ่
ส่วนป่าเบญจ พรรณจะอยู่บริเวณตอนล่างของอุทยานที่เรียกกันว่าทุ่งวังประ
เป็นป่าเบญจพรรณที่สมบูรณ์ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ กระโดน กล้วยงิ้ว ตะแบก
ไม้พื้นล่างจำพวก ไผ่ป่า ไผ่ไร่ ไผ่หรอด และหลากหลายพันธุ์ไม้ต่างๆ
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นป่าชายเลน
เป็นป่าซึ่งอยู่ตามชายฝั่งทะเลอันดามันทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้บริเวณคลองท่าจีน
คลองปูยู คลองกายัง และคลองกำ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ไม้โกงกาง แสม โปรงขาว
ตาตุ่มทะเล ตีนเป็ดทะเล"
สัตว์ป่าส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณป่าเบญจพรรณบริเวณบึงวังประ
เพราะแหล่งหากินอุดมสมบูรณ์
สัตว์ป่าที่พบเห็นอาทิ หมูป่า กระจงค่าง เม่น ไก่ป่า สมเสร็จ
สัตว์เลื้อยคลานต่างๆ เช่นนกแซงแซวสวรรค์ นกขุนทอง ส่วนในบึงทะเลบัน
จะเป็นที่อยู่อาศัยของปลาน้ำจืด และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เรียกว่าเขียดว้าก
ถือเป็นจุดเด่นทางทางธรรมชาติที่น่าสนใจของทะเลบัน ทะเลบันมีเนื้อที่ประมาณ 125 ไร่
ในบึงมีปลาน้ำจืดชนิดต่างๆ รวมทั้งปลาบึก
รอบๆ บึงจะมีต้นบากงขึ้นอย่างหนาแน่น และเป็นที่อยู่ของเขียดว้าก
บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติทะเลบันสามารถเดินเล่นชมธรรมชาติอันร่มรื่น
มีศูนย์นิทรรศการจัดบอร์ดเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
ของอุทยานแห่งชาติทะเลบันมีบ้านพักนักท่องเที่ยวริมบึงทะเลบัน นอกจากนี้
ยังมีน้ำตกรานีซึ่งมีความสวยงาม และสามารถใช้ประโยชน์ได้จากการประปาจากน้ำตกแห่งนี้
น้ำตกยาโรย เป็นน้ำตกที่สวยงามอยู่ห่างจากที่ทำการ 6 กิโลเมตร
มีต้นน้ำมาจากป่าหัวกะหมิง (เขาจีน)
มีแอ่งน้ำเหมาะสำหรับเป็นที่เล่นน้ำทุ่งหญ้าวังประ
เป็นที่ราบกว้างใหญ่เป็นที่อยู่อาซัยของสัตว์ป่า เช่น เม่น กระจง ไก่ป่า
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติทะเลบัน 8 กิโลเมตร จะเป็นถนนลูกรังระยะทาง 10
กิโลเมตร ส่วนถ้ำโตนดิน ห่างจากที่ทำการ 2 กิโลเมตร ภายในมีหินงอกหินย้อย
มีลำธารไหลผ่านมีปลาน้ำจืดชนิดต่างๆ
และยังมีเครื่องมือขุดแร่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้เห็นอยู่
แหล่งดูนก บริเวณอุทยานแห่งชาติทะเลบัน มีนกมากมายหลายร้อยชนิดเหมาะสำหรับดูนก
นกที่พบเห็นบ่อยโดยชมรมนักดูนกแห่งประเทศไทย และนักดูนกทั่วไปได้แก่
นกแอ่นฟ้าเคราขาว นกปรอทคอลาย นกเงือก นกแซงแซวสวรรค์ นกกางเขนน้ำหลังแดง
นกกระเต็นหัวดำ การเดินป่า
ศึกษาธรรมชาติทะเลบันมีทางเดินป่าอยู่หลายเส้นทางมีทั้งเส้นทางระยะสั้นประมาณ 700
กิโลเมตร และระยะทางประมาณ 2-3 กิโลเมตร เหมาะสำหรับชื่นชมบรรยากาศในป่า ศึกษานิเวศ
และความหลากหลายทางชีวภาพ
การเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติทะเลบัน
สามารถเข้าถึงได้โดยทางรถยนต์จากตัวเมืองจังหวัดสตูลไปตามทางหลวงหมายเลข 406
ระยะทาง 19 กิโลเมตร แยกขวามือทางหลวงหมายเลข 4184 ระยะทาง 20 กิโลเมตร
มีรถสองแถวบริเวณจากสามแยกควนสะตอ ค่าโดยสารคนละ 20 บาท
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทะเลบัน กล่าวว่า แม้อุทยานแห่งชาติทะเลบัน
จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจของนักท่องเที่ยว
และคนโดยทั่วไปที่ชื่นชอบธรรมชาติ ซึ่งมักเข้าเดินทางมาสัมผัสและดื่มด่ำกับธรรมชาติ
จนเกือบจะกล่าวได้ว่า "อุทยานแห่งชาติทะเลบัน"
เสมือนเพชรเม็ดงามของสตูลก็คงไม่ผิดนัก อย่างไรก็ตาม
สิ่งที่น่าตระหนักถึงปัญหาที่ประสบในขณะนี้ คือการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า
ซึ่งในเชิงปฏิบัติของอุทยานได้ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจไทย-มาเลย์เป็นการปราบปรามร่วมกันที่ต่อเนื่อง
ส่วนในเรื่องของการท่องเที่ยวนั้น ขณะนี้
ทางอุทยานแห่งชาติทะเลบันได้ขยายการท่องเที่ยวไปยังถ้ำรอดปูยู ซึ่งมีความความสวยงาม
ขณะเดียวกัน ยังได้จัดงบเข้ามาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
และได้ขยายปรับปรุงแหล่งน้ำให้ทันสมัย
ทั้งทางอุทยานได้มีมาตรการในการพัฒนาน้ำตกต่างๆ ให้สมบูรณ์
เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้อุทยานแห่งชาติทะเลบัน
จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางบกที่ดีที่สุดของจังหวัดสตูลและของภาคใต้
อุทยานแห่งชาติทะเลบัน เพชรเม็ดงามเมืองสตูล
สุปรีดี พุดทอง